นวดตา สามารถรักษาโรคตาบางอย่างได้ จริงหรือมั่ว

112

ในปัจจุบันมีการเผยแพร่ข้อมูลเรื่องการนวดตาว่า สามารถรักษาโรคตาบางอย่างได้ ส่วนจะจริงหรือมั่ว จักษุแพทย์มีคำตอบในเรื่องนี้

 

รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทย ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การนวดตาที่มีการเผยแพร่ข้อมูลอยู่ในขณะนี้ คือการใช้ฝ่ามือกดไปที่บริเวณดวงตา โดยมีแนวคิดว่าจะช่วยทำให้เลือดมาหล่อเลี้ยงบริเวณดวงตาได้ดีขึ้นและจะทำให้โรคตาหลายโรคดีขึ้น แต่ในความเป็นจริงการนวดตายังไม่มีการทำการวิจัยทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าการนวดตามีประโยชน์ต่อการรักษาโรคตาได้จริง อีกทั้งยังไม่มีการทำวิจัยว่า การนวดตาปลอดภัยจากแรงกดลงไปโดยตรงที่บริเวณดวงตา

โดยธรรมชาติดวงตาเป็นอวัยวะที่มีความบอบบาง เพราะฉะนั้นการถูกแรงกดไปที่บริเวณดวงตา อาจทำให้ความดันตาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะไปมีผลทำให้เกิดการเสื่อมของขั้วประสาทตา ด้วยกลไกเดียวกับการที่ผู้ป่วยต้อหินที่มีความดันตาสูงไปกดขั้วประสาทตาและทำให้ขั้วประสาทตาเสื่อม นอกจากนี้ถ้าการกดมีความรุนแรง ถึงขั้นทำให้เห็นแสงวาบขึ้นมาในดวงตา ก็แสดงว่าแรงกดนั้นถึงขั้นไปกระตุ้นทำให้เกิดการดึงรั้งจอประสาทตา ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจอประสาทตาฉีกขาด ทำให้เป็นสาเหตุของตาบอดอย่างถาวร

อีกทั้งวิธีการนวดตาที่เผยแพร่อยู่ในขณะนี้ไม่ได้กำหนดมาตรฐานในการรักษาชัดเจน เช่น ระดับความแรงของการกดตา ความถี่ของการกดตา หรือระยะเวลาที่กดตา ซึ่งอาจจะทำให้คนที่นำไปใช้เกิดผลข้างเคียงมากกว่าที่จะเกิดประโยชน์

ดังนั้นการเผยแพร่ข้อมูลเรื่องการนวดตาโดยอ้างว่ารักษาโรคตาได้หลายโรค เช่น โรคต้อหิน โรคจอประสาทตาเสื่อม เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ทางราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศ ไทย แพทยสภา และกระทรวงสาธารณสุข ได้มีการเชิญแพทย์ผู้เชื่อในการใช้วิธีนี้มาพูดคุยเพื่อให้มีการทำวิจัยยืนยันผลการรักษา จึงจะให้นำมาใช้รักษาคนได้ เพราะการรักษาที่ยังไม่ได้มาตรฐาน แล้วนำมาใช้กับมนุษย์ถือว่าผิดจริยธรรมทางการแพทย์

ในตอนนี้ยังไม่มีผลสรุปการวิจัยออกมาว่าการนวดตาได้ประโยชน์จริง รวมทั้งอาจจะเกิดอันตรายต่อดวงตาได้ เพราะการรักษาโรคต่าง ๆ ของมนุษย์จะต้องเป็นวิธีการรักษาที่มีการศึกษา ทดลอง อย่างได้มาตรฐานมาแล้วว่าได้ผล โดยไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรงจึงจะให้นำมาใช้ได้ ดังนั้นการนวดตา ถ้ายังไม่มีการศึกษาวิจัยที่ได้มาตรฐานรับรองว่าได้ผลจริง รวมทั้งไม่มีอันตรายต่อดวงตาก็ไม่ควรนำมาใช้รักษาอย่างเด็ดขาด

โรคต้อหินและโรคจอประสาทตาเสื่อม เป็นโรคที่มีความสำคัญเพราะอาจทำให้เกิดความพิการทางตาอย่างถาวรได้ ดังนั้นเมื่อป่วยเป็นโรคนี้หรือสงสัยว่าตัวเองป่วยเป็นโรคนี้ ควรจะรับการรักษาจากจักษุแพทย์ด้วยวิธีมาตรฐานและได้รับการยอมรับจะปลอดภัยต่อสุขภาพตามากกว่า

ดังนั้นการรักษาที่ยังไม่ได้มาตรฐานและยังไม่มีการวิจัยจึงไม่ควรนำมาใช้กับมนุษย์ อย่างไรก็ตามตอนนี้อยากให้สื่อทำความเข้าใจกับประชาชนว่าอย่าหลงไปใช้วิธีการรักษาที่ไม่ได้มาตรฐาน

 

******************************************

เรียบเรียงโดย

Thai Herbal Products

 

ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล

เว็บไซต์เดลินิวส์

Posted in สุขภาพดี.